ไซยาโนแบคทีเรีย หรือ สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (blue-green algae หรือ cyanobacteria) จัดอยู่ในไฟลัม Cyanophyta ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่เป็นผู้ผลิตลำดับแรกในระบบนิเวศเนื่องจากสามารถสังเคราะห์ด้วยด้วยแสงได้ สาหร่ายชนิดนี้มีโครงสร้างของนิวเคลียสคล้ายคลึงกับนิวเคลียสของแบคทีเรีย และบางชนิดยังมีคุณสมบัติตรึงไนโตรเจนในอากาศได้ นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติทางชีวเคมีคล้ายแบคทีเรียด้วย แต่ต่างจากแบคทีเรีย เพราะสาหร่ายชนิดนี้มีคลอโรฟิลล์เอ และมีการปล่อยออกซิเจนออกสู่สิ่งแวดล้อมจากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ซึ่งไม่พบในแบคทีเรีย

ไซยาโนแบคทีเรียพบได้ในสิ่งแวดล้อมที่มีความหลากหลาย ได้แก่ พื้นดินที่มีความชื้น บ่อน้ำ แม่น้ำ และทะเล นอกจากนี้ยังพบเจริญร่วมกับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ เช่น ปรง และ ไดอะตอม

หากพิจารณาถึงความสำคัญและประโยชน์ของไซยาโนแบคทีเรียทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพของสาหร่ายอย่างครอบคลุม ได้แก่

  1. ใช้เป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น Chlorella, Dunaliella, Gracilaria และ Sargassum สามารถนำมาใช้ในการผลิตเชื้อเพลิง เช่น ดีเซล ก๊าซโซลีน มีเทน บิวทานอล เอธานอล และเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบิน
  2. สามารถเจริญได้ทั้งบนบกและในน้ำ
  3. ช่วยลดก๊าชเรือนกระจก และใช้บรรเทาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้
  4. ใช้บำบัดน้ำเสีย และสร้างก๊าซชีวภาพได้ในราคาถูก
  5. ใช้ผลิตเชื้อเพลิง เป็นแหล่งที่มีไวตามินสูงเหมาะสำหรับเป็นอาหารคนหรือสัตว์
  6. ใช้เป็นปุ๋ยชีวภาพได้ เนื่องจากสาหร่ายอุดมสมบูรณ์ไปด้วยไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปรแตสเซียม ไอโอดีน เหล็ก แคลเซียม ซิลิกา และไวตามิน
  7. สาหร่ายบางชนิดสามารถนำมาใช้เป็นสารฆ่าแมลงได้ และใช้ในการบำบัด และดึงโลหะหนักออกจากน้ำเสีย
  8. สาหร่ายบางชนิดสามารถนำมาทำเป็นโซลาร์เซลล์ชีวภาพได้
  9. สาหร่าย Alaria, Laminaria, Sargassum และ Porphyra นิยมนำมาเป็นอาหารในประเทศญี่ปุ่นและยุโรป
  10. สารที่สะสมในสาหร่าย เช่น แป้ง เจลาติน และไขมัน สามารถนำมาใช้เป็นสารปรุงแต่งอาหารได้ เช่น เยลลี่ ไอศครีม และอาหารเลี้ยงเชื้อแบคทีเรีย
  11. สาหร่าย Chlorella สามารถสร้างสารปฏิชีวนะ chlorellin ซึ่งออกฤทธิ์ต่อจุลินทรีย์ได้หลายชนิด (board spectrum)
  12. รงควัตถุจากสาหร่ายมีคุณสมบัติเป็นสารแอนติออกซิแดนซ์ ดังนั้นจึงเหมาะที่จะนำมาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางค์เพื่อชะลอความแก่ชรา