Esports

หากแปลกันตรงตัว e-sports คือ การแข่งขันกีฬาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronic sports โดยมีการตั้งกฎ กติกาขึ้นมาให้เป็นระบบสากล ใครที่เข้าแข่งขันจะต้องปฏิบัติตามกฎดังกล่าวเหมือนกีฬาทั่ว ๆ ไป สามารถเข้าแข่งขันได้ทั้งประเภททีมและประเภทบุคคล (ขึ้นอยู่กับการจัดแข่งในทัวร์นาเมนต์นั้น ๆ) ซึ่งประเภทของเกมที่ใช้แข่งขันก็มีหลากหลาย สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับคือ มือสมัครเล่น, กึ่งอาชีพ และแบบมืออาชีพ โดยในการแข่งขันแต่ละทัวร์นาเมนต์จะมีเงินรางวัลสำหรับผู้ชนะพร้อมถ่ายทอดสดผ่านโลกออนไลน์ไปยังผู้ที่สนใจรับชมทั่วโลกอีกด้วย

E-sports แตกต่างกับกีฬาจริง ๆ อย่างไร

ด้วยชื่อและรูปแบบของการแข่งขันถือเป็นเรื่องปกติที่จะบอกว่า e-sports มีความแตกต่างกับกีฬาจริง ๆ อยู่พอสมควร และนี่คือข้อแตกต่างที่มองเห็นได้ชัดเจนว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร เรื่องของอารมณ์ร่วมหลังจบเกมหรือการมีส่วนร่วมระหว่างแข่งขัน ปกติถ้าเป็นกีฬาทั่ว ๆ ไปเมื่อเกมนั้นจบลงก็แทบไม่ได้ทำอะไรต่อนอกจากคุยกันหลังเกม หรือถ้าเป็นกีฬาเมืองนอกที่แข่งจบดึก ๆ ก็ปิดไฟนอนทันที แต่สำหรับ e-sports ระหว่างแข่งคุณก็มีส่วนร่วมกับเกมโดยการพิมพ์แชทได้ หรือถ้าหากจบเกมแล้วอารมณ์ยังค้างก็สามารถเข้าไปเล่นเกมที่พึ่งจบไปได้ ใช้ทักษะที่ดูมาปรับให้ตนเองเก่งขึ้น ตรงนี้ต้องแยกประเด็นให้ออกเพราะการรับชม e-sports กับการรับชมกีฬาทั่ว ๆ ไปไม่เหมือนกัน บางคนชอบดูกีฬานั้น ๆ แต่ไม่ได้มีโอกาสเล่น เล่นไม่ได้ด้วยปัจจัยต่าง ๆ เช่น ขอบดูฟุตบอลแต่ร่างกายไม่แข็งแรง, ไม่มีสนามฟุตบอลให้เล่น ผิดกับ e-sports เมื่อคุณชอบหลังดูจบก็สามารถเล่นตามได้ทันที อารมณ์ร่วมที่ได้รับจึงสูงกว่า

ถ้าหากมองในส่วนของการแข่งขันประมาณว่ากีฬาจริงต้องใช้กำลังเยอะ อันนี้ไม่จริงเสมอไป และ e-sports กับกีฬาปกติก็ไม่ได้เปรียบเทียบกันตรงนั้น เพราะนักกีฬา e-sports ก็ต้องมีการพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ อยู่ตลอด ไม่ใช่วัน ๆ ตื่นเช้ามาเพื่อเล่นเกมอย่างเดียว มีเวลาซ้อมชัดเจน มีเวลาออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง หรือระหว่างแข่งขันกีฬาจริง ๆ ที่ไม่ได้ออกแรงมากก็มีเยอะ เช่น สนุ๊กเกอร์, หมากล้อม เป็นต้น ตรงนี้จึงเอามาแบ่งแยกไม่ได้

เปรียบเทียบอุตสาหกรรม E-sports กับธุรกิจกีฬาอื่น ๆ

เมื่อ e-sports ไม่ใช่แค่เกมแต่มันลายเป็นเรื่องธุรกิจ ดังนั้นอุตสาหกรรมประเภทนี้จึงเกิดการเปรียบเทียบกับธุรกิจกีฬาประเภทอื่น ๆ ว่ามีด้านไหนบ้างที่ท้าทาย สร้างผลกำไร เกิดการขาดทุนขึ้น มาลองแยกแยะเป็นข้อ ๆ ได้เลย

งบประมาณในการลงทุนที่สูงพอ ๆ กับธุรกิจกีฬาบางประเภท
สำหรับการทำธุรกิจ e-sports ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องใช้เงินลงทุนที่มหาศาลเช่นกันเพื่อปั้นนักกีฬาสักคน หรือสักทีมให้ประสบความสำเร็จ ไม่ต่างจากวงการกีฬาหลายอาชีพ โดยเฉพาะฟุตบอลที่เป็นกีฬายอดนิยมของคนไทย ซึ่งงบประมาณทั้งค่าตัวนักกีฬา, การฝึกซ้อม, สถานที่เก็บตัว ฯลฯ ทุกอย่างล้วนเป็นเงินทุนทั้งสิ้น และการได้รับผลประโยชน์ก็จะมาจากเงินรางวัลแข่งขัน, สปอนเซอร์ ดังนั้นคนที่คิดจะเข้ามาในธุรกิจนี้ต้องวางแผนให้ดี

ความสนใจของผู้คน
ยุคนี้คนเริ่มให้ความสนใจติดตามชม e-sports กันมากขึ้น ซึ่งเอาเข้าจริงน่าจะเยอะกว่ากีฬาหลาย ๆ ประเภทในบ้านเราด้วยซ้ำ ในส่วนของตัวนักกีฬาเองหากเล่นเก่ง มีหน้าตาดี ก็สามารถเป็นคนที่แฟน ๆ ในวงกว้างชื่นชอบได้เหมือนกัน ดังนั้นหากเทียบกันคนที่ทำธุรกิจแนว e-sports จะได้กลุ่มคนแม้เป็นเฉพาะทางแต่ก็มีจำนวนมากทีเดียว

ค่าใช้จ่ายต่อเดือนต้องมี
อย่างที่บอกว่า e-sports ก็เหมือนกับธุรกิจกีฬาอื่น ๆ เมื่อมีนักกีฬาคุณก็ต้องเกิดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ยังไม่รวมถึงการสมัครเข้าแข่งขันที่มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ค่าเดินทาง, การบริหารบุคลากร ฯลฯ เรียกว่าจัดตั้งในรูปแบบบริษัทชัดเจน มีค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่ต้องรับผิดชอบกันพอสมควรทีเดียว

การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง
ทุกการลงทุนมีความเสี่ยงเป็นเรื่องปกติ แต่กับ e-sports ก็ยังคงถือว่ามีความเสี่ยงสูงพอตัวเช่นกัน ยกตัวอย่างผลประกอบการของบางทีม บางบริษัท เช่น อีสปอร์ต เน็ตเวิร์ค (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของทีม Alpha แม้รายได้เข้ามาถึง 23.14 ล้านบาท แต่ก็แจ้งขาดทุนมาที่ 18.42 ล้านบาท ในปี 2561 ซึ่งการลงทุนไม่ใช่แค่กับทีมอย่างเดียว แต่อาจยังต้องลงทุนเพื่อให้คนรู้จักมากขึ้น เช่น เป็นสปอนเซอร์การแข่งขันในบางรายการ เป็นต้น ด้วยเหตุนี้การหาเงินจึงต้องคอยพึ่งสปอนเซอร์เหมือนกับธุรกิจกีฬาอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

แต่ทั้งหมดทั้งมวลจะว่าไปหากไม่นับเฉพาะธุรกิจกีฬาฟุตบอล แต่เป็นกีฬาอื่น ๆ เช่น บาสเกตบอล, วอลเล่ย์บอล, เทนนิส, แบดมินตัน ฯลฯ อาจยังไม่ได้มีศักยภาพที่แข็งแรงมากนัก ทั้งเรื่องสปอนเซอร์ การลงทุน คนที่เข้ามาชม ดังนั้นหากมองในช่วงเวลานี้ธุรกิจ e-sports จึงถือว่าน่าสนใจ และน่าลงทุนมากทีเดียว