Blockchain – Cryptocurrency – DeFi

Blockchain

บล็อกเชน (Blockchain) เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดความปลอดภัย น่าเชื่อถือ โดยไม่ต้องอาศัยคนกลาง มุ่งเน้นให้ธุรกรรมออนไลน์ใดๆ สามารถทำได้อย่างสะดวกมากขึ้น สร้างสรรค์ได้มากขึ้น ประหยัดขึ้น รวดเร็วขึ้น เทคโนโลยีบล็อกเชน เป็นรูปแบบการเก็บข้อมูล (Data structure) ที่ทำให้ข้อมูลธุรกรรมดิจิทัลที่มีลักษณะเป็น block ข้อมูลเชื่อมโยงกัน สามารถแชร์ไปยังทุกคนในห่วงโซ่ (Chain) เพื่อให้ทราบว่าใครที่เป็นเจ้าของและมีสิทธิในข้อมูลนั้น ซึ่งทุกคนในเครือข่ายล้วนมีสำเนา สามารถตรวจสอบธุรกรรมและอนุญาตร่วมกันได้ ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ แสดงได้ดังรูป

ตัวอย่างระบบนิเวศน์ (Ecosystem) ของ Blockchain แสดงได้ดังรูป

Cryptocurrency

เหรียญคริปโต หรือ เงินดิจิทัลที่มีการเข้ารหัส (Cryptocurrency) ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนมูลค่าผ่านทางอินเทอร์เน็ตในรูปแบบสกุลเงินเสมือน (Virtual Currency) ที่ทำงานบนระบบบล็อกเชน (Blockchain) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีกระจายศูนย์ (Distributed Leader Technology) เพื่อการทำธุรกรรมได้ อย่างโปร่งใสและน่าเชื่อถือ โดยมีวัตถุประสงค์​ในการประยุกต์​ใช้ที่หลากหลายหลากหลาย ทั้งการเก็บสะสม ซื้อขายทำกำไร ชำระค่าสินค้าหรือบริการ ส่วนเหรียญที่เป็นที่นิยม อาทิเช่น Bitcoin (BTC) Ethereum (ETH) Ripple (XRP) Polkadot (DOT) Dogecoin (DOGE) Stellar Lumens (XLM) Tether (USDT) Litecoin (LTC) Binance Coin (BNB)

ตัวอย่างระบบนิเวศน์ (Ecosystem) ของ Cryptocurrency แสดงได้ดังรูป

DeFi

DeFi หรือ Decentralized Finance เป็นระบบการให้บริการทางการเงินแบบเปิด (Open Finance) โดยไร้คนกลาง ด้วยความสามารถของ Smart Contract ที่สามารถกำหนดเงื่อนไขล่วงหน้าได้บน Public Blockchain ซึ่งสามารถตรวจสอบได้และไม่ต้องมีคนกลางมาจัดการ ให้บริการได้แบบ 24/7 และทำงานได้ทันทีทั่วโลก การเติบโตของ DeFi ดูได้จากปริมาณเงินดิจิทัลที่ถูกล็อคไว้เพื่อนำมาค้ำระกัน ซึ่งมีจำนวนราว 23,275 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  (ข้อมูลจาก defipulse.com ณ วันที่ 15 มกราคม 2564) หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 35 เท่าจากปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ได้ถูกพัฒนาขึ้นบนโลกของ DeFi เริ่มจาก 1) ระบบแลกเปลี่ยนสกุลเงินคริปโตได้แบบไม่ต้องผ่านคนกลาง 2) ระบบการกู้ยืมแบบ Peer 2 Peer ที่สามารถให้คนมาปล่อยกู้และรับดอกเบี้ยที่มากกว่าธนาคารในปัจจุบัน  โดยผู้กู้จะต้องใช้หลักทรัพย์หรือเงินคริปโตมาค้ำประกัน 3) ระบบการเพิ่มสภาพคล่องใน Liquidity Pool ของ DEX และ Lending และได้รับส่วนแบ่งค่าธรรมเนียม 4) ระบบการ Yield Farming ซึ่งสามารถทำกำไรโดยการช่วยเสริมสภาพคล่องในระบบอีกรูปแบบหนึ่ง เพื่อได้รับรางวัลเป็น Reward Token

ตัวอย่างระบบนิเวศน์ (Ecosystem) ของ DeFi แสดงได้ดังรูป